แผลเป็นที่มีปัญหาแยกตามลักษณะได้ดังนี้

1. ปัญหาแผลนูน มักจะเกิดจาก 2 ภาวะ คือ

  • แผลคีลอยด์ (Keloid) เป็นแผลที่นูนออกนอกขอบเขตของแผลเดิมมาก
    มีอาการคันมักเกิดบริเวณหน้าอกจากการเป็นสิวที่ร่องอก  บริเวณหัวไหล่จากการฉีดวัคซีน ติ่งหูหลังการเจาะหู หรือเป็นที่อื่นๆ หลังการผ่าตัด
    คลอดลูก เป็นต้น
  • แผลเป็นนูนที่เกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายเพื่อให้แผลหาย (Hypertrophic Scar)  ส่วนมากจะอยู่ในขอบเขตของแผล ไม่นูนยื่นแบบคีลอยด์
  1. แผลเป็นหลุม (Depressed Scar)
  2. แผลยืดกว้างจากรอยเย็บเดิม (Widening Scar)
  3. แผลที่มีการดึงรั้ง (Scar Contracture)

___________________________________________________________

เทคนิค 1 (Scar 1)   ตัดแผลทั้งหมดออก แล้วทำการเย็บใหม่ (Scar Excision) ด้วย แผลใหม่ที่เย็บจะเป็นเส้นบางเท่าเส้นผม

เทคนิค 2 (Scar 2)   ตัดบางส่วนของแผลที่มีปัญหาออก แล้วทำการเย็บบริเวณดังกล่าว (Sereal Scar Excision) และเมื่อแผลหายดีแล้ว จึงทำการตัดส่วนที่เหลือของแผลเป็นออกอีกครั้งจนหมด มักใช้ในแผลเป็นที่มีขนาดใหญ่มาก ไม่สามารถตัดครั้งเดียวได้หมด

Before

After

เทคนิค 3 (Scar 3) ใช้การกรอ (Dermabrasion) ไม่ว่าจะเป็น การใช้สารเคมี (Chemical) เครื่องมือเฉพาะหรือเลเซอร์ จะได้ผลดี ในรายที่แผลมีลักษณะเป็นหลุม ร่อง หรือแผลเป็นขรุขระ

เทคนิค 4 (Scar 4) ในกรณีที่ตัดแผลออกหมดแล้ว ไม่สามารถเย็บใหม่ได้เนื่องจากแผลมีขนาดใหญ่ หรืออยู่ในบริเวณที่มีความตึงมาก แพทย์จะเลือกใช้วิธีต่อไปนี้

  • ใช้ผิวหนังบริเวณอื่นมาทดแทน (Skin Graft, Flap)
  • ใช้ถุงน้ำเกลือทำการขยายเนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียง
    (Tisssue Expansion)

เทคนิค 5 (Scar 5) การผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนแนวแผลให้เห็นชัดน้อยลง ได้แก่ การทำ z-plasty หรือ w-plasty โดยแผลเป็นจะเป็นรูปซิกแซก ทำให้เห็นชัดน้อยกว่าแผลตรงๆ

เทคนิค 6 (Scar 6) การตัดใต้แผลเป็น Subcisim เป็นการตัดพังผืดใต้แผลเป็น พร้อมหลุมลึกให้ตื้นขึ้น มักต้องทำ 2 - 3 ครั้ง จึงจะได้ผลดี

___  ______________________________________________________

เฉพาะ เทคนิคที่ 1 - 3, 5 - 6

  1. อาบน้ำ ล้างหน้า ถูสบู่ถูกบริเวณแผลได้ทันที ในวันที่ 3
  2. หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลถูกแดด โดยเฉพาะในช่วง 3 อาทิตย์แรก  หรือใช้โลชั่นกันแดดที่มีค่า SPF มากกว่าหรือเท่ากับ 30 ทาบริเวณแผล
  3. ในบางตำแหน่งที่มีการขยับเขยื้อนมาก เช่น บริเวณรอบปาก อาจจะใช้เทปปิดยึดบริเวณแผลไม่ให้แผลยืดออก
  4. หลังผ่าตัด 2 อาทิตย์ ใช้มือนวดที่บริเวณแผลบ่อยๆ (เช้าหรือเย็น) ช่วยให้แผลเป็นนิ่มและ
    เข้าที่ได้เร็วขึ้น
  5. ระยะเวลาตัดไหม มีดังนี้
    • บริเวณหน้า 5 วัน
    • บริเวณแขน 7 วัน
    • บริเวณลำตัวและขา 10 - 14 วัน

___________________________________________________________

  1. แผ่น Plaster ปิดแผลเป็น ที่ใช้ทั่วๆไป ได้แก่ Hannaplast สามารถใช้ปิดได้ประมาณ 12 - 24 ชั่วโมง
    โดยต้องเปลี่ยนพลาสเตอร์ทุกวันหรือทุก 2 วัน

  2. แผ่นซิลิโคนเจล สามารถใช้ลดแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ได้
    โดยแผ่นหนึ่งสามารถใช้ได้ประมาณ 1 - 2 เดือน แต่เนื่องจากบริเวณที่ปิดจะต้องมีผิวเรียบ อาจจะไม่เหมาะกับบริเวณใบหน้า โดยทั่วไปมีขายในประเทศไทย ได้แก่ ซิกาแคร์
     
  3. เจลซิลิโคน เป็นซิลิโคนที่ทำเป็นรูปแบบ gel ใช้ทาบริเวณแผลเป็นที่ใบหน้า วันละ 2 ครั้ง
    ได้ผลดีเท่ากับแผ่นซิลิโคน
     
  4. Contractubex หรือ Mederma เป็นส่วนผสมระหว่าง allanloin, cepae และ heparin สามารถรักษาแผลเป็นนูนแบบคีลอยด์ได้
     
  5. วิตามิน E ช่วยให้แผลเป็นนิ่มขึ้น
     
  6. สารเพิ่มความชื้นให้แผลเป็น เป็นสารที่ทำให้แผลเป็นนุ่มขึ้น ได้แก่ ฮีลูดอยด์
     
  7. การฉีดสารเติมเต็ม ได้แก่ คอลลาเจน หรือ ไฮยาลูแลน ช่วยให้แผลหลุมตื้นขึ้นได้
    การฉีดสารทำได้เฉพาะในแผลหลุมที่สามารถยืดขึ้นได้
     
  8. การฉีดยารักษาแผลเป็น ยาที่ใช้รักษาแผลเป็นมี

    A  สเตียรอยด์ เป็นสารที่ใช้รักษาแผลเป็นนูน ช่วยลดการอักเสบและลดความนูนของแผล โ ดยปกติจะฉีดห่างกัน 4 - 6 อาทิตย์ โดยทั่วไป จะต้องฉีดต่อเนื่อง 1 - 2 ปี เนื่องจากถ้าหยุดฉีดแล้วมักเกิดแผลเป็นใหม่ได้ ปัญหาที่พบบ่อยหลังการฉีดคือผิวหนังยุบตัว atrophy ซึ่ง
    แก้ไขได้ยาก จึงแนะนำว่าควรฉีดโดยใช้ความเข้มข้นต่ำๆ ก่อนในครั้งแรก (3 - 5 mg.
    1 cc.) แล้วเพิ่มความเข้มข้นในครั้งที่ 2 - 3

    B  ยารักษามะเร็ง ที่นำมาใช้ ได้แก่ 5FU และ Bleomycin ปัญหาที่อาจเกิดหลังฉีด คือ
    แผลเป็นอาจไม่เรียบ และมีการอักเสบมาก ในปัจจุบัน มักใช้ 5 FU ผสมกับสเตียรอยด์ฉีด
    เนื่องจาก ไม่สามารถฉีดได้เพียงชนิดเดียว
     
  9. โบท๊อซ ใช้กับแผลที่เป็นบริเวณรอบๆ รอยย่นของใบหน้า เช่น รอยตีนกา
    การฉีดโบท๊อซ ช่วยใหกล้ามเนื้อใบหน้าดึงแผลเป็นน้อยลงทำให้แผลเป็นเห็นชัดน้อยลงด้วย
     
  10. Laser มีการใช้เพื่อให้ผิวเรียบ(Co2 Laser) และลดอาการแดง (Vascular Laser)  ในการรักษาแผลเป็น ต้องใช้การผสมผสานวิธีการรักษาประมาณ 2 - 3 ชนิด เพื่อให้ได้ผลดีที่สุด
    เนื่องจาก โดยทั่วไป ไม่มีวิธีการรักษาแผลเป็นใดได้ผลดี 100%

:: ราคาศัลยกรรมแก้ไขแผลเป็น ::

ตกแต่งแผลเป็น

3,000 บาท/cm แรก

1,500 บาท/cm ต่อไป

การผ่าตัดเปลี่ยนแนวของแผล Z-plasty

 

3,000 บาท/cm

การตัดใต้แผลเป็น Subcisim

 

1,000 บาท

การกรอแผลเป็น Dermabrasion

 

3,000 - 7,000 บาท

ฉีดยารักษาแผลเป็น

 

500 บาท/cc

ฉีด Botox รอยแผลเป็น

 

3,000 บาท

ใฝเม็ดเล็ก ผ่าตัด (เม็ดละ)

 

3,000 บาท

 

 

Copy Right 2004 Bangkok Cosmetic Surgery Clinic All Rights Reserved. Designed by IdeaIdo.