การเสริมจมูก เป็นการตกแต่งโครงสร้างของจมูก ให้มีรูปร่างที่สวยงาม
สูงขึ้น และรับกับใบหน้าหรือทำให้โหงวเฮ้งดียิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มี
โครงสร้างจมูกแบนและต้องการเสริมจมูกในแนวกลางจมูก

ี วัสดุที่ใช้เสริมจมูก

  1. กระดูกและกระดูกอ่อน ใช้เสริมจมูกคนไข้ที่มีจมูกผิดรูป เนื่องจากอุบัติเหตุหรือแก้ไขความพิการ ไม่เหมาะสำหรับการผ่าตัดเพื่อความงาม
     
  2. ผิวหนังและไขมัน โดยส่วนมากจะใช้ผิวหนังบริเวณ ขาหนีบ หรือ
    หน้าท้อง นำมาใช้ในการเสริมจมูก
  1. วัสดุสังเคราะห์ (Synthetic prothesis) เช่น ซิลิโคนแท่ง (Silicone)
    ที่ใช้ในวงการแพทย์ เพราะจะมีปฏิกิริยาต่อร่างกายมนุษย์น้อยมาก ซึ่งทำให้
    ร่างกายสามารถรับและห่อหุ้มแท่งซิลิโคนให้ยึดติดอยู่กับเนื้อเยื่อได้ดี นอกจากซิลิโคนเหลวแล้ว ยังมีการใช้กอร์เทกซ์ (Gore tek) มาใช้กันบ้าง
     
  2. การเสริมจมูกโดยการฉีด ที่มีการใช้กันมาก ได้แก่

4.1 Collagens หรือ Hyalunic acid เป็นสารธรรมชาติที่นำมาใช้ฉีดจมูก
    เป็นวิธีการที่ปลอดภัยและได้ผล แต่ไม่ถาวร จะหายไปในเวลา 6 เดือน ถึง 1 ปี

4.2 Silicone เหลว มีการนำมาใช้ในคลินิกและร้านเสริมสวย ในปัจจุบันไม่แนะนำให้ใช้
    เนื่องจาก เป็นวิธีการถาวร และสารที่เข้าไปจะไหลซึมไปยังบริเวณอื่นๆ ในเวลา 1 - 2 ปี
    ตัวยาจะซึมกระจายไปทั่วเนื้อเยื่อปกติทำให้ไม่สามารถผ่าตัดออกได้หมด

4.3 ไบโอพลาส เป็นซิลิโคนขนาดโมเลกุลใหญ่ที่แขวนลอยอยู่ใน Hydro gel เป็นวิธี
    การฉีดที่ได้ผลถาวรและปัจจุบันมีการนำมาใช้ฉีดกันมากในประเทศไทย

4.4 Dermalive หรือ Dermadeep เป็นสาร Acrylic ที่แขวนลอยอยู่ใน Hydrogel

4.5 Articoll เป็นสาร Acrylic ที่แขวนลอยอยู่ในคอลลาเจน

   การใช้วัสดุสังเคราะห์ ซิลิโคนแท่ง ถึงเป็นวิธีที่นิยมมากเพราะปลอดภัยและมีปัญหาน้อยที่สุด เพราะสามารถแก้ไขได้ถ้าไม่พอใจ

________________  _________________________________________________

  • เทคนิคที่ 1 การเสริมจมูกโดยใช้ ซิลิโคนแท่ง
    สำหรับผู้ที่มีโครงสร้างจมูกปกติ ไม่ต้องการตัดปีกจมูกและไม่ต้องการทรงจมูกที่สูงเกินไป 
    วิธีนี้สามารถทำได้ที่คลินิก โดยมีแผลเป็นอยู่ด้านในจมูกทั้ง 2 ข้าง หรือข้างเดียว แล้วแต่ความถนัดในการผ่าตัดของแพทย์แต่ละท่าน ซิลิโคนที่ใช้เป็นซิลิโคนที่ผลิตเพื่อใช้ในการแพทย์ (MEDICAL GRADE)

     
  • เทคนิคที่ 2 การเสริมจมูกโดยใช้ Silicone และกระดูกอ่อนจากใบหู เหมาะสำหรับ 
    2.1. ผู้ที่เสริมจมูกแล้วมีปัญหาเรื่องผิวหนังบางลงจนเกือบทะลุ
    2.2 ผู้ที่มีผิวหนังที่ปลายจมูกบางแต่ต้องการเสริมจมูกในทรงที่สูงมาก

    วิธีดังกล่าวทำโดยผ่าตัดเปิดแผลที่หลังใบหูและตัดกระดูกอ่อนพร้อมใบหูและนำมา
    วางบนปลายซิลิโคนแท่ง

     
  • เทคนิคที่ 3 การเสริมจมูกร่วมกับการตัดปีกจมูก
    ใช้กับผู้ที่มีปีกจมูกกว้างและควรตัดเพื่อความสวยงาม ขณะที่ผ่าตัดเสริมจมูก อาจทำการผ่าตัด
    ปีกจมูกต่อได้เลยทันที ทำให้ประหยัดเวลาที่จะต้องมาผ่าตัดในภายหลัง

     
  • เทคนิคที่ 4 การเสริมจมูกโดยการฉีดสารธรรมชาติ
    การเสริมจมูกโดยการฉีด เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัดหรือใส่สารแปลกปลอมในร่างกาย ทางคลินิกจะฉีด Collagen หรือ Hyalunic acid จะคงรูปอยู่ได้ประมาณ 1 ปี

    การเสริมจมูกโดยการฉีดสารต่างๆ มีข้อดี คือ ทำได้เร็ว, บวมน้อย แต่รูปทรงจมูกจะไม่มีสันจมูก
    คมชัดมาก มีกมีจมูกมนๆ แต่มีโครงสร้างจมูกสูงขึ้น

     
  • เทคนิคที่ 5 ใช้กระดูกอ่อนโดยใช้กระดูกอ่อนใบหู ใช้ในกรณีที่
    1) เสริมจมูกด้วยซิลิโคนจนสูงมากและมีหนังปลายจมูกบางมาก หลังจากเอาซิลิโคนจมูกออกแล้ว หนังจะยุบลงจนมีรูปร่างไม่สวยงาม อาจแก้ไขโดยการเสริมจมูกตำแหน่งปลายด้วยกระดูกอ่อน หรือใช้แผ่นซิลิโคนเล็กๆ วาง แต่การใช้กระดูกอ่อนใบหูจะมีข้อดีที่ไม่เป็นสารแปลกปลอม ทำให้
    ไม่เกิดปัญหาภายหลัง

    2) ต้องการเสริมจมูกบางส่วน เช่น ปลายจมูกหรือบริเวณสันจมูก โดยต้องการเสริมในปริมาณ
    ไม่มากและไม่ต้องการใช้ซิลิโคนเสริม อาจใช้กระดูกอ่อนใบหูหรือผิวหนังที่ขาหนีบได้
     
  • เทคนิคที่ 6 เสริมจมูกโดยใช้กระดูกซี่โครง
    มักใช้แก้ปัญหาจมูกแบนลงจากอุบัติเหตุ แต่ในบางรายที่ต้องการเสริมจมูกโดยวัสดุสารธรรมชาติ และต้องการเสริมค่อนข้างสูง การเสริมโดยกระดูกซี่โครงและกระดูกอ่อนซี่โครงก็ทำได้ผลดี

     
  • เทคนิคที่ 7 การเสริมจมูกพร้อมกับการขูดซิลิโคนเหลวออก
    ในคนที่เคยฉีดจมูกโดยใช้ซิลิโคนเหลว มักเกิดปัญหาเรื่องของการไหลของสารแปลกปลอมมาที่ปลายจมูกและด้านในของดวงตา สามารถขูดซิลิโคนออกแล้วเสริมจมูกโดยใช้ซิลิโคนแท่งได้
    อย่างไรก็ตาม ซิลิโคนเหลวมักมีการไหลไปทั่วๆ รวมทั้งซึมเข้าไปในเนื้อเยื่อปกติ ดังนั้น การผ่าตัดแต่ละครั้งจะไม่สามารถเอาซิลิโคนออกได้ทั้งหมด จะเอาออกได้บางส่วนเท่านั้น
     
  • เทคนิคที่ 8 การเสริมโดยใช้ผิวหนังและไขมัน
    เป็นทางเลือกวิธีหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมโดยใช้สารธรรมชาติ หรือผู้ที่เคยมีปัญหาหลังการเสริมโดยใช้ซิลิโคน การผ่าตัดทำโดยใช้ผิวหนังและไขมันบริเวณขาหนีบ

     
  • เทคนิคที่ 9 การแก้ไขจมูกหลังจากเคยเสริมจมูกแล้ว
    ในบางคนที่เคยเสริมจมูกมาเป็นเวลานาน บางครั้งกระดูกมีรูปร่างเปลี่ยนไปบ้าง อาจต้องมีการ
    ขูดกระดูกให้เรียบขึ้นด้วยการเสริมครั้งใหม่

______________________  ____________________________________________

  1. ซิลิโคนแท่ง นำมาตัดออกเป็นชิ้นๆ แล้วเหลาเสริมจมูกให้แต่ละคน
  2. ซิลิโคนสำเร็จรูป มีการทำรูปซิลิโคนเป็นรูปสำหรับเสริมจมูก สามารถเสริมจมูกได้เร็ว
    แต่ไม่สามารถเข้าได้กับรูปหน้าของแต่ละคน

    ซิลิโคนที่มีการนำมาใช้เสริมจมูกในประเทศไทย มีการผลิตจากประเทศไทย, ญี่ปุ่น, อเมริกา, บราซิล

__________________ ________________________________________________

   การเสริมโดยใช้ซิลิโคนจะมีระดับการเสริม 2 แบบ
     1) ใต้ผิวหนัง มีข้อดี คือ สันจมูกเห็นได้ชัด แต่มักมีปัญหาเรื่องเอียงได้ง่าย
     2) ใต้เยื่อบุกระดูก มีข้อดี คือ มักไม่ค่อยเอียง, เป็นธรรมชาติ แต่เห็นสันจมูกไม่ชัดเจน

  ______________ __________________________________________________

   การเสริมจมูกโดยใช้ซิลิโคนเป็นการผ่าตัดที่ผู้รับการบริการ ต้องมีการดูแลหลังผ่าตัด ดังนั้น
คนไข้ต่อไปนี้จึงไม่ควรผ่าตัด

  1. นักกีฬาหรือผู้ที่ชอบเล่นกีฬาที่มีการกระทบกระเทือนรุนแรง เช่น วอลเล่ย์บอล, บาสเกตบอล
  2. ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติหรือเกล็ดเลือดต่ำกว่าปกติ ควรหลีกเลี่ยงการผ่าตัดที่ไม่จำเป็นมากขึ้น
  3. ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ และอยู่ในช่วงที่มีภาวะแพ้มาก โดยทั่วไปผู้ที่เป็นภูมิแพ้สามารถเสริมจมูกได้
    แต่ระหว่าง 1 - 2 อาทิตย์หลังผ่าตัด อาจต้องการยาแก้ภูมิแพ้ช่วยได้ แต่ในผู้ที่มีภาวะภูมิแพ้รุนแรง มีน้ำมูกไหลตลอด อาจไม่เหมาะจะเสริมจมูก เนื่องจากทำให้แผลติดเชื้อได้
  4. ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น กินยาสเตียลอยด์ หรือภาวะที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น เป็นโรค AIDS เนื่องจากการเสริมจมูก จะมีสารแปลกปลอมในร่างกาย อาจทำให้ติดเชื้อได้ง่าย

___________________________________________________________

  1. ถ้ามีแผลหรือสิ่งที่บริเวณดั้งจมูกหรือปลายจมูก ควรรอให้สิวหรือแผลหายก่อนจึงจะทำการผ่าตัดได้
  2. งดยาต้านการอักเสบ (NSAID) เช่นแอสไพริน บุหรี่ อาหารเสริมบางตัวที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น กระเทียม น้ำมันปลา อย่างน้อย 2 อาทิตย์ ก่อนการผ่าตัด
  3. สมุนไพรบางชนิดเช่นอีฟนิ่งพริมโรส ยาวิตามินอีปริมาณสูง ๆ อาหารที่มีส่วนผสมของผงชูรส กระเทียม หัวหอม ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง อาจทำให้เลือดออกมากผิดปกติหรือมีปัญหาระหว่างผ่าตัด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพราะอาจต้องหยุดรับประทานสมุนไพรก่อนเข้ารับการผ่าตัดประมาณ 3 - 5 วัน
  4. ควรมีเพื่อนมาด้วยในวันผ่าตัด
  5. ลาหยุดงาน ประมาณ 3 - 5 วัน
  6. ควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงโรคประจำตัวของคุณ เช่น เบาหวาน,โรคหัวใจ และยาที่แพ้ เช่น
    เพนนิซิลิน,ซัลฟา ฯลฯ
  7. ล้างหน้าก่อนมาผ่าตัด
  8. ถอดวัสดุโลหะ เช่น แหวน, สร้อยคอ, นาฬิกา ฯลฯ ก่อนเข้าห้องผ่าตัด
  9. เลือกแบบจมูก

A

E

B

F

C

G

D

H

__________________________________________________________________

  1. ให้ยานอนหลับที่มีฤทธิ์สั้นๆ เพื่อให้นอนหลับ ลดอาการวิตก และฉีดยาชารอบจมูก
  2. เมื่อมีการวัดจมูกเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะนำแท่งซิลิโคน ซึ่งได้ตกแต่งและทำรูปร่าง
    ตามที่กำหนดไว้มาใส่ที่สันจมูก
  3. แผลที่ผ่าตัดจะมีความยาวประมาณ 1 ซม. บริเวณขอบรูจมูก
  4. ผ่าตัดสร้างช่องว่าง (Pocket) ที่สันจมูกใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูก
  5. ใส่แท่งซิลิโคนที่เตรียมไว้และตรวจสอบความเรียบร้อย
  6. เย็บปิดแผลประมาณ 3 เข็ม
  7. ปิดพลาสเตอร์หรือเฝือกจมูก เพื่อช่วยป้องกันจมูกและลดอาการบวม 
    ทั้งนี้การใช้วัสดุเย็บแผลหรือชนิดพลาสเตอร์ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์
  8. ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 45 นาที ไม่ต้องนอนพักที่โรงพยาบาล

Before

After

____  _____________________________________________________________

  1. ประคบเย็นบริเวณแผล วันละ 4 ครั้ง ทำประมาณ 3 - 5 วันเพื่อลดอาการบวม
    จนวันที่ 4 จึงค่อยประคบร้อนเพื่อลดอาการบวม
  2. - ใส่เฝือกอ่อนไว้ตลอดเวลา หลังทำผ่าตัดเพียง 1 วัน จากนั้นให้ใส่เฉพาะเวลานอน
      ประมาณ 7 -10 วัน เพื่อป้องกันการกระแทก
    - ในกรณีที่ไม่ได้ใส่เฝือกให้แกะปลาสเตอร์ที่ปิดจมูก 3 วันหลังผ่าตัด
  3. ทำความสะอาดในรูจมูกด้วยน้ำเกลือสะอาดในขวดใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำสะอาดเช็ดในรูจมูก 
    เพื่อเช็ดคราบเลือดและสิ่งสกปรกออกโดยเช็ดอย่างเบามือ
  4. นอนศีรษะสูง (หนุนหมอน 2 ใบ) เพื่อลดอาการบวม
  5. รับประทานยาตามแพทย์สั่งจนหมด ถ้ามีอาการแพ้ยา เช่น
    คัน มีผื่นแดง คลื่นไส้-อาเจียน แน่นหน้าอก ให้หยุดรับประทานทันที
    และมาพบแพทย์
  6. หลังทำการผ่าตัด 1 อาทิตย์ ให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจอาการอีกครั้ง
  7. งดสุราและบุหรี่ ประมาณ 2 อาทิตย์
  8. งดอาหารรสจัดหลังผ่าตัด
  9. โดยทั่วๆ ไปจะบวมมากใน 3 วันแรก หลังจากนั้นจะบวมน้อยลงเรื่อยๆ จนปกติใน 3 อาทิตย์
    อาการบวมเขียวอาจมีที่จมูกและใต้ตาทั้ง 2 ข้าง
  10. อาการบวมเขียวสามารถบรรเทาได้โดยประคบน้ำอุ่นในวันที่ 3 - 4
  11. จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย สามารถกินยาแก้ปวดตลอด 2 - 7 วัน
  12. แผลจะหายดีภายใน 3 - 10 วัน และอาการบวมจะค่อยๆ ยุบภายใน 1 - 6 อาทิตย์
  13. ห้ามสั่งน้ำมูกอย่างแรง ถึงคุณจะมีน้ำมูกอุดตัน ขอแนะนำให้เอาคัตตั้นบัตชุบน้ำเกลือเช็ดจมูกออก และพยายามดื่มน้ำให้มาก ๆ เพื่อจะได้บรรเทาอาการคัดจมูก
  14. ห้ามอุ้มเด็ก เพราะเด็กอาจจะจับหรือตีจมูกคุณได้โดยไม่รู้ตัว

 ** หมายเหตุ

  • ระวังการโดนกระแทก หากเกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับบาดแผล แผลอักเสบปวด - บวมแดง
    ให้มาพบแพทย์โดยเร็ว
  • ไหมที่ใช้เย็บแผลเป็นไหมละลาย ถ้าเห็นเส้นไหมหลุดหรือโผล่ ให้ตัดออกเองได้
  • หากมีข้อสงสัยหรือวิตกกังวลเกี่ยวกับแผลให้โทรมาสอบถาม
  • ล้างหน้า รับประทานอาหาร ออกกำลังกายได้ตามปกติ
  • หลังผ่าตัดห้ามออกกำลังกายหนักๆ หรือเล่นกีฬารุนแรง
  • จะรู้สึกชาที่ปลายจมูก 2 - 3 อาทิตย์
  • หลังจากเอาพลาสเตอร์ออกแล้ว ก็แต่งหน้าได้
  • เจอะเจอผู้คนได้ภายใน 1 - 2 อาทิตย์ แต่ต้องแต่งหน้ากลบอาการบวมและรอยช้ำอยู่
  • จะสามารถออกกำลังกายได้หลังจากผ่าตัดแล้วภายใน 3 - 4 อาทิตย์ แต่พยายามอย่าลงแข่งอะไรเป็นเวลาเดือนครึ่ง
  • การใสแว่นถ้าต้องใส่ก็อย่าวางบนดั้ง ให้ติดขาแว่นไว้กับขมับสักสองอาทิตย์หลังการผ่าตัด หรือถ้าตาไม่บวมแล้ว จะใส่คอนแทคเลนส์แทนก็ได้

 ** อาการข้างเคียง

  • จมูกอักเสบ อาจเกิดจากการติดเชื้อบริเวณที่ผ่าตัด และอาจเป็นเพราะเสริมจมูกจนโด่งเกินไป ทำให้ปลายจมูกแดงและเกิดการอักเสบ ตามมาให้รีบติดต่อศัลยแพทย์โดยด่วน
  • จมูกเอียง ถ้าตรวจพบในช่วงสองอาทิตย์แรก ก็อาจดัดให้เข้าที่ได้ แต่ถ้าเกิดขึ้นหลังจากนั้น เป็นเพราะถูกชนหรือกระแทก จะต้องผ่าตัดใหม่

:: ราคาศัลยกรรมเสริมจมูก ::

 เทคนิคที่ 1 เสริมโดยซิลิโคน

8,000 - 21,000 บาท

          เสริมโดยซิลิโคน (ทำ ร.พ.)

+10,000 บาท

 เทคนิคที่ 2 เสริมโดยใช้ Silicone
          และกระดูกอ่อนจากใบหู

15,000 บาท

 เทคนิคที่ 3 เสริมจมูกร่วมกับการตัดปีกจมูก

+4,000 บาท

 เทคนิคที่ 4 เสริมโดยการฉีดสารธรรมชาติ

11,000 บาท/cc.

 เทคนิคที่ 5 เสริมโดยใช้กระดูกใบหู

10,000 บาท

          เสริมโดยใช้ซิลิโคนและกระดูกอ่อนใบหู

+7,000 บาท

 เทคนิคที่ 6 เสริมโดยกระดูกซี่โครง (พัก ร.พ. 1 คืน)

80,000 บาท

 เทคนิคที่ 7 เสริมจมูกและขูดซิลิโคนเหลวออก

18,000 บาท

 ถอด silicone จมูก

3,000 บาท

 แก้ไขจมูกที่เคยเสริมมาแล้ว

11,000 - 18,000 บาท

  -ใช้ซิลิโคนเดิมทำจากคลินิก

1,500 บาท

  -ใช้ซิลิโคนใหม่ทำจากคลินิก

4,000 บาท

 แก้ไขจมูกที่เคยเสริมมาแล้ว(ทำจากที่อื่น) ใช้ซิลิโคนใหม่

+3,000 บาท

 

Copy Right 2004 Bangkok Cosmetic Surgery Clinic All Rights Reserved. Designed by IdeaIdo.