ถุงไขมันใต้ตา เกิดจากการป่องนูนของไขมันบริเวณใต้ดวงตา ซึ่งปกติจะถูกกั้นไว้ด้วยกล้ามเนื้อเปลือกตาที่แข็งแรงทำให้ดูเรียบตึง แต่ถ้าขาดการดูแล เกิดความเครียด และวัยที่เพิ่มมากขึ้น จะทำให้ไขมันส่วนนี้จะค่อยๆ นูนป่องออกมาทีละน้อยๆ จนสังเกตเห็นได้ชัดขึ้นเรื่อยๆ   

วิธีที่ดีที่สุดที่จะลดถุงไขมันใต้ตาได้ คือ การผ่าตัดเอา
ถุงไขมันใต้ตาออก และแก้ไขความหย่อนยานของผิวหนังกล้ามเนื้อเปลือกตาล่าง การดูดไขมันใต้ตาไม่สามารถทำได้ เนื่องจากอยู่ใกล้อวัยวะที่สำคัญคือ ดวงตา

_____________________________________________________________

  • เทคนิคที่ 1 การเปิดแผลด้านนอก
       การเปิดแผลด้านนอก เป็นวิธีการผ่าตัดที่ลงแผลติดกับขนตาทางด้านผิวหนัง มีข้อเสียคือ มี
    แผลเป็นติดกับขนตา แต่เมื่อแผลเป็นหายดีจะเห็นไม่ชัด วิธีการนี้สามารถใช้ตัดผิวหนัง ไขมัน
    และกล้ามเนื้อส่วนเกินได้ ทำให้สามารถลดรอยย่นใต้ตาได้

     
  • เทคนิคที่ 2  การเจาะเก็บถุงไขมันตาล่างผ่านทางเยื่อบุหนังตา
        ในกรณีที่ตาล่างมีถุงไขมันเพียงอย่างเดียว ไม่มีเปลือกตาย้อยหรือหย่อนร่วมด้วย แพทย์สามารถเจาะเก็บไขมันจากด้านในเปลือกตาได้ โดยไม่มีแผลด้านนอก แต่หากมีเปลือกตาย่นด้วย จะทำให้รอยย่นเกิดมากขึ้นและต้องใช้วิธีลดรอยหย่อนด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย เช่น การใช้เลเซอร์ลอกผิว หรือต้องตัดตาล่างออกในภายหลัง
        วิธีการนี้มีข้อดี คือ ไม่มีแผลภายนอก ผ่าตัดโดยใช้เครื่องจี้ไฟฟ้าหรือเลเซอร์ แต่จะ
    ไม่สามารถตัดแต่งหนังตาได้ จึงเหมาะกับผู้มีไขมันมากแต่ไม่ต้องการตัดแต่งหนังตา

_____________________________________________________________

  1. งดยาต้านการอักเสบ (NSAID) เช่นแอสไพริน บุหรี่ อาหารเสริมบางตัวที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น กระเทียม น้ำมันปลา อย่างน้อย 10 วัน ก่อนการผ่าตัด
  2. วันที่ผ่าตัดควรเตรียมนำแว่นกันแดดไปด้วย เพื่อใช้อำพรางดวงตาหลังการผ่าตัด  และป้องกันฝุ่นละออง ควรมีผู้ขับรถให้เพราะหลังการผ่าตัดจะยังใช้สายตาได้ไม่สะดวกนัก จึงไม่ควรขับรถเอง
  3. เตรียมลาหยุดงานประมาณ 3 - 5 วัน
  4. ล้างหน้าก่อนมาผ่าตัด
  5. ผู้ที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือด ต้องการยา aspirin หรือ ผู้ที่เป็นโรคลิ้นหัวใจและทานยา Cumadin เป็นประจำ สามารถทำผ่าตัดได้ต่อเมื่อแพทย์ที่รักษายินยอมให้ทำและจะทำผ่าตัดเฉพาะใน
    โรงพยาบาลเท่านั้น
  6. ผู้ที่ใช้เครื่องกระตุ้นการทำงานของหัวใจ ไม่ควรมารับการผ่าตัด เนื่องจากเครื่องจี้ไฟฟ้าอาจมีผลต่อการทำงานของเครื่องกระตุ้นหัวใจได้
  7. ถ้ามีความดันโลหิตสูง ต้องควบคุมให้ต่ำกว่า 140/90 mm Hg (มิลลิเมตร ปรอท)
    ก่อนมารับการผ่าตัด
  8. ถ้าใส่คอนแทคเลนส์ ควรถอดออกแล้วใส่แว่นตา วันที่เข้ารับการผ่าตัด
  9. มีคนมาเป็นเพื่อน เพื่อช่วยดูแลขณะกลับบ้าน

_____________________________________________________________

  1. ฉีดยาชาบริเวณผนังเปลือกตาล่าง ร่วมกับการให้ยานอนหลับอย่างอ่อนๆ
  2. ผ่าเปิดผิวหนังเป็นลักษณะเส้นยาวตรงบริเวณหนังตาล่างที่อยู่ขอบใต้ขนตา เพื่อตัดเอาถุงไขมันส่วนเกินที่อยู่ภายใต้หนังตาล่างออก
  3. ตัดเย็บกล้ามเนื้อและผิวหนังบริเวณเปลือกตาล่างที่หย่อนให้เรียบตึง
  4. เย็บปิดแผลด้วยไหมเส้นเล็ก โดยจะซ่อนอยู่ชิดกับขนตาล่าง

Before

After

___  _________________________________________________________

  1. นอนยกศีรษะสูง ประคบเย็นที่ตาทั้ง 2 ข้าง วันละ 4 ครั้ง ประคบประมาณ 5 - 7 วัน เพื่อลดอาการบวม
  2. ผ้าก๊อส (GAUZE) ที่ปิดแผลบนตานั้นให้ปิดเพียง 1 วันหลังจากทำการผ่าตัด เช้าวันรุ่งขึ้นมาที่คลินิกเพื่อเปิดผ้าก๊อสออกและเช็ดทำความสะอาดแผล
  3. ในกรณีที่คนไข้ไม่สามารถมาพบแพทย์ในวันรุ่งขึ้นได้ ให้คนไข้ดึงไหมที่อยู่บนหางคิ้วลงมาไว้ใต้ตาล่าง (ใต้แผลผ่าตัด) ด้วยตัวเอง และนำแผ่นเทปที่ให้ไปติดไหมทุกเส้นไว้ใต้แผลผ่าตัดเพื่อป้องกันไหมแทงทิ่มในตา ถ้าปลายไหมยาวไปให้ตัดออกได้ และปิดเทปไว้จนกระทั่งมาตัดไหม (อย่าเพิ่งให้แผลถูกน้ำ)
  4. ใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำเกลือ เช็ดคราบเลือดและสิ่งสกปรกออกโดยเช็ดอย่างเบามือวันละ 2 - 3 ครั้ง และสามารถเช็ดได้บ่อย ๆ เมื่อสกปรก
  5. รับประทานยาตามแพทย์สั่งจนหมด ถ้าเกิดอาการแพ้ยา เช่น คัน  มีผื่นแดง คลื่นไส้ - อาเจียน แน่นหน้าอกให้หยุดรับประทานทันที และรีบมาพบแพทย์ หรือติดต่อทาง Hotline 01-925-5525
  6. หลังทำผ่าตัด 5 วัน ให้มาตัดไหม
  7. หลังทำผ่าตัด 2 อาทิตย์ หรือ 1 เดือน ให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจอ าการอีกครั้ง (โทรนัดล่วงหน้า)
  8. งดสุราและบุหรี่ 1 อาทิตย์
  9. ถ้ามีอาการบวม เลือดออกมาก ให้โทรปรึกษาแพทย์ทันที
  10. รับประทานอาหารได้ทุกอย่าง ยกเว้น อาหารที่เผ็ดจัดเป็นระยะเวลา 7 วันหลังผ่าตัดเพราะจะทำให้ ความดันเลือดสูงขึ้น อาจทำให้มีเลือดออกจากแผล
  11. สามารถทำงานได้ตามปกติ แต่ควรงดการทำงานหรือการออกกำลังกายรุนแรง 7 วันหลังผ่าตัด
  12. ควรงดใช้สายตาในช่วงแรก ๆ เพราะการใช้สายตา เช่น การดูทีวี หรือ การอ่านหนังสือ ทำให้ต้ องกะพริบตาและเปลือกตาต้องเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา อาจทำให้แผลอักเสบและหายช้า
  13. กรณีที่คุณใส่คอนแทคเลนส์ ควรเปลี่ยนไปสวมแว่นตาแทนในช่วงอาทิตย์แรก หรือจนกว่าจะหา ยบวม และห้ามดึงเปลือกตาเพื่อใส่คอนแทคเลนส์ เพราะจะทำให้แผลผ่าตัดที่เย็บไว้เปิดแยกจากกันได้
  14. สามารถแต่งหน้าและแต่งแต้มตาได้ตามปกติ หลังจากผ่าตัดแล้วประมาณ 1 - 2 อาทิตย์
  15. ระวังไม่ขยี้ตารุนแรง 3 อาทิตย์

 ** หมายเหตุ

  • หลังจากผ่าตัดไหมแล้วแผลจะยังมีอาการบวมอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ ถึง 1 เดือน 
    จากนั้นประมาณ 3 เดือน แผลจะหายเป็นปกติ และดูเป็นธรรมชาติ
  • หลังตัดไหมแล้ว ให้ใช้ EYE CREAM หรือ Vitamin E oil ทานวดเบา ๆ ที่แผล 
    ครั้งละ 30 - 40 ครั้ง วันละ 2 เวลา (เช้า - เย็น) ป้องกันการเกิดแผลเป็นนูนและแข็ง
  • หลังทำการผ่าตัดแล้ว 1 อาทิตย์ ในกรณีที่แผลเขียวช้ำ สามารถประคบร้อนได้ โดยประคบ
    วันละประมาณ 2 - 3 ครั้ง ประมาณ 3 - 5 วัน หากมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับแผล เช่น
    ตาแดงมาก เคืองตา แผลแยกให้มาพบแพทย์
  • หลังผ่าตัดแผลจะเห็นชัด ประมาณ 4 อาทิตย์ หลังจากนั้นแผลจะเรียบสนิท

 ** อาการข้างเคียง

  • เปลือกตาปิดไม่สนิท ในวันแรกคุณยังหลับตาได้ไม่สนิท หลังจากไม่กี่อาทิตย์ถัดมา คุณจะสามารถหลับตาสนิทเอง
  • ตาแห้งหรือรู้สึกเหมือนมีทรายอยู่ในตา มันจึงปล่อยน้ำตาออกมาทำให้นัยน์ตาฉ่ำเยิ้ม และมองอะไรไม่ชัด เพราะเกิดจากการตัดผิวหนังไขมันส่วนเกินบริเวณเปลือกตาล่างออกมากเกินไป ทำให้เปลือกตาล่างหดตัวลง อาการนี้มักจะเกิดไม่นานและจะกลับเป็นปกติภายในเวลาไม่กี่วันหรือเป็นอาทิตย์

:: ราคาศัลยกรรมผ่าตัดถุงไขมันใต้ตาและตกแต่งหนังตาล่าง ::

เทคนิคที่ 1 เปิดแผลด้านนอก

10,000 บาท

เทคนิคที่ 2 เปิดแผลผ่านทางเยื่อบุหนังตา

12,000 บาท

ผ่าตัดหนังตาล่างหลังจากเคยทำแล้ว

15,000 บาท

ผ่าตัดหนังตาล่างร่วมกับผ่าเอาซิลิโคนออก

35,000 บาท

เย็บหนังตาหรือปลูกถ่ายผิวหนังที่เปลือกตาล่าง

12,000 บาท

 

Copy Right 2004 Bangkok Cosmetic Surgery Clinic All Rights Reserved. Designed by IdeaIdo.