Pin top

hd body 03

 

ปัญหาเรื่องก้นหย่อนยาน เกิดในคนที่มีน้ำหนักมาก และมีไขมันสะสมที่บริเวณแก้มก้นจนหย่อนลงมาปิดทับต้นขาทำให้เกิดการเสียดสี บ่อยๆ และมีรูปร่างไม่สวยงามการผ่าตัดแก้ไขก้นหย่อนยาน สามารถลดความลึกของก้นและต้นขาช่วยให้ก้นมีรูปร่างดีขึ้น โดยผิวหนังและไขมันส่วนเกิน และถูกตัดไปโดยที่แผลเป็นจะเห็นได้ชัดในระยะแรก แต่หลังจาก 2 เดือน แผลจะเห็นไม่ชัด
body08

เมื่อมองเห็นรูปร่างของผู้หญิง ทางด้านข้างจะพบว่าหน้าอกเป็นส่วนสำคัญของรูปร่างบริเวณด้านหน้าของร่างกาย แต่เมื่อมองบริเวณด้านหลัง จะพบว่าก้นเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ ที่จะช่วยให้แต่งตัวไม่ว่าจะใส่กางเกงหรือกระโปรงแล้วดูสวยงามนอกจากการมองสะโพกที่กลม กลึงจากการใส่เสื้อผ้าแล้ว ชุดว่ายน้ำ กระโปรงหรือกางเกงขาสั้นที่นิยมใส่ ยังเปิดเผยบางส่วนของก้นหรือสะโพกมากขึ้น การมีสะโพกที่สวยช่วยให้เกิดความมั่นใจในการสวมใส่เสื้อผ้ารวมทั้งชุดว่าย น้ำ ในบางคนที่อายุมากขึ้น บริเวณก้นจะย้อยห้อยลงและมีขอบเกินกว่าชุดว่ายน้ำทำให้ดูไม่สวยงาม บางครั้งจากการที่เคยมีน้ำหนักมากหรือมีบุตรอาจมีการแตกลายที่ขอบข้างของ สะโพก ทำให้ดูเห็นได้ชัด สะโพกหรือก้นที่ดูสวยงาม ไม่ใช่ว่าจะมีขนาดใหญ่อย่างเดียว แต่ควรจะต้องมีรูปร่างกลมและผิวหนังมีความตึง ไม่หย่อนคล้อยหรือเห็นรอยแตกชัดเจน

ศัลยกรรมสะโพกมีจุดมุ่งหมายให้ก้นมีรูปร่างสวยงามทั้งขณะใส่และไม่ใส่เสื้อผ้า โดยปกติเทคนิคของการสร้างความสวยงามของสะโพก ประกอบด้วย

1. การเสริมด้วยซิลิโคน
2. การเสริมโดยการฉีดไขมัน
3. การผ่าตัดยกกระชับ

วิธีที่ 1 และ 2 เป็นวิธีที่ใช้บ่อยและได้ผลดีมาก แต่ไม่ได้ผลในคนที่มีการหย่อนคล้อยมาก

การผ่าตัด ยกกระชับก้นเป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ปัญหาการหย่อนคล้อยจากผิวหนังที่หย่อนมาก เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหนังบริเวณก้นก็หย่อนลงเช่นเดียวกัน การหย่อนคล้อยของหน้าอก การหย่อยคล้อยของก้น อาจเกิดในคนที่ลดน้ำหนักมากๆ (มากกว่า 10 กิโล) หลังจากลดน้ำหนักแล้ว อาจทำให้ก้นห้อยลงมาก เกินกว่าขอบล่างของก้น การที่ผิวหนังบริเวณส่วนล่างมีการห้อยเกินขอบล่างของก้นถือได้ว่ามีการหย่อน คล้อยของก้นแล้ว ศัลยกรรมตกแต่งของสะโพก และก้น ก็มีลักษณะคล้ายกับเต้านม มีการเพิ่มขนาดโดยการใส่ถุงซิลิโคนและถ้ามีการหย่อนมากก็ต้องมีการผ่าตัดผิว หนังเพื่อยกกระชับ สำหรับการผ่าตัดยกกระชับก้นก็มีเทคนิคที่แตกต่างกันหลายอย่างเช่นเดียวกับ การยกกระชับเต้านม

การยกกระชับก้นอาจทำในคนไข้เหล่านี้

  1. มีการหย่อยคล้อยของก้น
  2. มีการหย่อนคล้อยเล็กน้อยบริเวณด้านข้างของสะโพก
  3. มีความแตกต่างระหว่างสะโพก 2 ข้าง
  4. แก้ไขก้นที่รูปร่างยาว
  5. ขอบล่างของก้นห้อยเป็น 2 ชั้น
  6. การหย่อนคล้อยเกิดจากการลดน้ำหนักมากๆ อาจจะลดเองหรือการผ่าตัดรัดกระเพาะอาหาร

จุดมุ่งหมายของการผ่าตัดยกกระชับก้นประกอบด้วย

1. แก้ปัญหาก้นมีรูปร่างยาว
2. แก้ปัญหาการหย่อนคล้อย
3. แก้ปัญหาการไม่เท่ากันของก้น 2 ข้าง

เมื่ออายุ มากขึ้น ผิวหนังที่บริเวณก้น จะเลื่อนลดตำแหน่งลงมา แต่ถ้าผิวหนังไม่หย่อนเกินขอบล่างของก้นก็ยังไม่นับว่ามีการหย่อยคล้อย การจะเรียกว่ามีการหย่อยคล้อย [ PTOSIS ] ของก้นจะใช้เมื่อมีผิวหนังหย่อนเกินหรือเท่ากับขอบล่างของก้น โดยทั่วไป
การหย่อนของก้นแบ่งตามความรุนแรงออกเป็น 3 ระดับ

ระดับที่  1 
ผิวหนังที่หย่อนต่ำกว่าขอบล่างเล็กน้อยหรือการหย่อนอยู่ที่ระดับเดียวกับขอบล่าง

  • การผ่าตัดเสริมสะโพก มักจะเพียงพอ มักไม่ต้องผ่าตัดยกกระชับด้านบน
  • อาจทำการยกกระชับขอบล่างในบางรายถ้าหลังจากเสริมสะโพกใน 3 - 6 เดือนแล้ว ยังดูไม่ดี

ระดับที่ 2 
การหย่อนของผิวหนังเห็นได้ชัดเจนเป็นมุมที่หย่อนเห็นได้ชัด(10 องศา–30 องศา)

ในกลุ่มนี้มักเห็นการหย่อนของส่วนล่างของสะโพกชัดเจน ผิวหนังจะมีความยืดหยุ่นลดลงชัดเจน และมีการแตกลายที่บริเวณก้น

  • การผ่าตัดในกลุ่มนี้มักใช้การเสริมสะโพกแต่ยกกระชับบริเวณขอบล่าง
  • ในรายที่มีรอยแตก บริเวณด้านข้างตำแหน่งกลางและล่างของสะโพก อาจจะทำการยกกระชับด้านบนด้วย

ระดับที่ 3 
การหย่อนมาก การหย่อนเห็นเป็นมุมลงมาใต้ขอบล่างของก้นชัดเจน (เกิน 30 องศา)

จะสังเกตการหย่อนตั้งแต่กึ่งกลางของสะโพกผิวหนังมีรอยย่นในตำแหน่งล่างของสะโพก ผิวหนังมีความยืดหยุ่นลดลงมาก และเป็นรอยแตกได้บ่อย

  • ในกลุ่มนี้อาจต้องทำการผ่าตัดยกสะโพกด้านบน, ยกสะโพกด้านล่างหรืออาจต้องเสริมสะโพกร่วมด้วย

 แนวทางการเลือกเทคนิคเป็นเพียงข้อเสนอคร่าวๆ การตัดสินใจอาจต้องนัดปรึกษาเป็นรายๆไปหรือต้องคำนึงถึงความต้องการและแผลเป็น

hd consult 2

การผ่าตัดยกกระชับก้น ในการผ่าตัดที่มีเทคนิคหลายอย่างและมีแผลเป็นที่แตกต่างกันการปรึกษาก่อนการ ผ่าตัดมีความสำคัญมาก การตรวจในท่ายืนขณะที่ปรึกษา รวมทั้งบอกความต้องการว่าต้องการความตึงแค่ไหนต้องเพิ่มขนาดโดยการเสริม สะโพกหรือไม่ หรือต้องใช้เทคนิคได แผลเป็นจะเป็นอย่างไร เป็นสิ่งที่ต้องให้คำตอบกับแพทย์ตั้งแต่ห้องปรึกษา

  1. การตรวจก่อนผ่าตัด ว่าก้นมีการหย่อนคล้อยแค่ไหนเพื่อประเมินว่าจะต้องตัดผิวหนังออกมากน้อยเพียงใด
  2. วางแผนถึงเทคนิคที่จะใช้ผ่าตัด การประเมินเทคนิคที่ใช้จะต้องทำในท่ายืน
  3. จำเป็นต้องเสริมสะโพกด้วยถ้าก้นมีลักษณะแบนมาก
  4. การฉีดไขมันสามารถช่วยแก้ปัญหาหรือไม่
  5. แผล เป็น เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทราบเพราะแต่ละเทคนิค มีแผลเป็นที่ต่างกัน บางครั้งอาจรับแผลเป็นบางตำแหน่งไม่ได้ เช่นแผลจากการยกกระชับด้านบน อย่างไรก็ตาม ในคนที่หย่อนคล้อยมากๆ การยกกระชับด้านบน เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ถ้าจะให้ได้ผลดี
  6. ระหว่างปรึกษาต้องวาดรูปผิวหนังที่จะตัดออก และแผลเป็นที่จะเกิดในที่สุด
  7. ควร บอกแพทย์เรื่องเสื้อผ้าที่ใส่บ่อยๆรวมทั้งชุดว่ายน้ำเนื่องจากแผลเป็น บางอย่างอาจมองเห็นเพราะออกมานอกชุดว่ายน้ำที่เว้ามากๆ หรือบางคนในใส่กางเกงในแบบ G-STING อาจไม่สามารถปกปิดแผลเป็นด้านบนได้ ถ้าไม่แน่ใจควรเตรียมชุดว่ายน้ำหรือเสื้อผ้าที่เราใส่ประจำมาลองสวม หลังจากวาดรูปเสร็จแล้ว ในวันที่วันทำการปรึกษาเพื่อผ่าตัด
  8. ตรวจดูจากขอบล่างของก้นมีผิวหนังที่เกินกว่ากันหรือไม่ถ้าไม่เท่ากันการผ่าตัดอาจ
    ยกกระชับแต่ละข้างไม่เท่ากันเพื่อให้ผลสุดท้าย มีความใกล้เคียงกันมากขึ้น
  9. แจ้งแพทย์เกี่ยวกับโรคประจำตัวโดยเฉพาะโรคกระดูกและข้อ หรือทางเดินหายใจเพราะบางครั้งอาจต้องนอนคว่ำหลังผ่าตัดไม่สามารถนอนหงายได้
  10. ก่อนผ่าตัด ควรมาถึงโรงพยาบาลก่อนการผ่าตัด อย่างน้อย 4 ชม.เนื่องจากแพทย์ต้องทำการวาดรูปและวางแผนก่อนการผ่าตัด

hd technic

การยกกระชับสะโพก อาจต้องอาศัยเทคนิคหลายเทคนิคผสมผสานกัน เช่น การยกกระชับด้านบนและด้านล่างหรือการยกกระชับด้านล่างร่วมกับการเสริมสะโพก

1. การยกกระชับด้านบน [UPPER LIFT]

  • ใช้ในกรณีที่มีการหย่อนคล้อยของสะโพกมากๆหรือในกรณีที่มีการหย่อนทางด้านข้าง

2. การยกสะโพกด้านล่าง [LOWER BUTTOCK LIFT]

  • การแก้ปัญหาก้นหรือสะโพกที่ยาว
  • แก้ความแตกต่างของก้นซ้ายกับขวา
  • แก้ปัญหาของส่วนสะโพกที่เป็น 2 ชั้น [DOUBLE FOLD]
  • แก้ปัญหาการหย่อนคล้อยระดับปานกลาง
    โดยการสร้างขอบล่างของก้นใหม่

3. การยกสะโพกด้านใน [MEDIAL LIFT]

  • เป็นเทคนิคที่พยายามซ่อนแผลเป็นไว้ในร่องก้น
  • ใช้กับกรณีที่มีผิวหนังเกินไม่มาก
  • ทำร่วมกับเทคนิคที่ 2 ในกรณีการหย่อนยานมาก
  • ใช้กรณีที่มีการหย่อนยานน้อยแต่ไม่ต้องการมีแผลเป็นที่ขอบล่างของสะโพก

4. การยกสะโพกด้านข้าง [LATERAL LIFT]

  • ใช้กับก้นหย่อนด้านข้างเล็กน้อย
  • เป็นเทคนิคที่ใช้ไม่บ่อยเพราะจะเป็นแผลด้านข้างได้ชัด
  • ใช้ในกรณีที่การหย่อนของสะโพกมากและมีการหย่อนของด้านข้างด้วย



5. การเสริมสะโพก

เป็นวิธีหนึ่งที่ใช้แก้ไข สะโพกที่หย่อนยานน้อยๆหรืออาจต้องทำร่วมกับเทคนิคอื่นในคนที่ต้องการแก้ไข ก้นหย่อนยานมากๆ แต่ต้องการความใหญ่ของสะโพกด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การยกกระชับในคนที่ทำการลดน้ำหนักมา การเสริมสะโพกในคนที่ยกกระชับด้วยควรทำเฉพาะในระดับใต้กล้ามเนื้อเท่านั้น เพราะการเสริมในระดับสูงกว่านั้น อาจมีผลข้างเคียงทำให้ผิวหนังของสะโพกที่ยกแล้วตายได้

การเลือกที่จะใช้เทคนิคใด อาจต้องพิจารณา ในแต่ละบุคคล มีบางครั้งที่ใช้เทคนิค 2 เทคนิคร่วมกันเพื่อให้ได้ผลดีที่สุด

hd prepare

    1. งดยาต้านการอักเสบ[ NSAID ] เช่น แอสไพริน บุหรี่ อาหารเสริมบางตัวที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดเช่นกระเทียม
    2. เตรียมลาหยุดงานประมาณ 10-14 วัน
    3. ตรวจเช็คโรคประจำตัวก่อนผ่าตัด
    4. งดอาหารก่อนผ่าตัดประมาณ 6 ชั่วโมง
    5. เตรียมโกนขนที่หัวเหน่าก่อนมาโรงพยาบาล
    6. ควรหลีกเลี่ยงการผ่าตัดช่วงมีประจำเดือน
    7. ถ้าความดันสูงควรควบคุมความดันให้อยู่ต่ำกว่า 140/90 mm hg ( มิลลิเมตร ปรอท ) เนื่องจากการผ่าตัดทำให้เสียเลือดบางส่วน
    8. ผู้เป็นโรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อน
    9. ไม่ควรนำของมีค่าติดตัวมาในวันผ่าตัด
    10. ยาแก้ปวดกลุ่มอื่น พาราเซตามอล ไทรินอล สามารถกินได้
    11. ถ้ามีการใส่ถุงซิลิโคนร่วมด้วย ปรึกษาแพทย์โดยเลือกจากขนาดของถุงซิลิโคนที่ใส่และรูปร่างของซิลิโคน ที่จะใช้ประมาณ 2 อาทิตย์ ก่อนการผ่าตัด
    12. ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่นโรคหัวใจโรคเบาหวาน หรือโรคความดันสูง ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวว่าสามารถผ่าตัดได้หรือไม่
    13. ถ้ามีบาดแผลบริเวณแขน,ข้อศอก ,หัวเข่า หรือบริเวณส่วนหน้าของร่างกาย เช่น หน้าอก หน้าท้อง ควรงดผ่าตัดไปก่อน
    14. เตรียมคนที่ขับรถรับส่ง ถ้าต้องไปทำงานประมาณ 10-14 วัน เพราะในช่วงระยะแรก อาจนั่งขับรถไม่ถนัด
    15. ในกรณีที่วันผ่าตัดมีการท้องเสีย ควรงดผ่าตัดไปก่อน เพราะหลังผ่าตัดการนั่งถ่าย
      ทำได้ยาก นอกจากนั้นแล้วอาจมีปัญหาการติดเชื้อของแผลได้
    16. หลังผ่าตัดมักต้องนอนคว่ำ ดังนั้นการเสริมสะโพกควรทำหลังการผ่าตัดอื่นๆ เช่น การเสริมหน้าอก การตัดไขมัน ประมาณ 2 อาทิตย์ขึ้นไป
    17. งดสูบบุหรี่ 2 อาทิตย์ ก่อนผ่าตัด
    18. ทานอาหารได้ปกติ ช่วง 2 วันก่อนผ่าตัด หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ท้องเสีย
    19. หลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟหรือแอลกอฮอลล์ ก่อนผ่าตัด
    20. เตรียมของใช้ในบ้านให้หยิบใช้ได้ง่ายในช่วงเวลาพักฟื้น เช่นโทรศัพท์ รีโมตทีวี
    21. วันผ่าตัดอาบน้ำให้สะอาดในตอนเช้า
    22. ควรสวมเสื้อผ้าหลวมๆใส่สบาย
    23. ถ้ามียาที่ต้องทานประจำให้ทานได้ในวันผ่าตัด

hd howto

  1. การผ่าตัดอาจใช้การดมยาสลบ หรือฉีดยาชา การฉีดยาชาทำให้เฉพาะกรณี ผ่าตัดยกสะโพกด้านล่าง สำหรับการผ่าตัด วิธีอื่นต้องใช้การดมยาสลบหรือฉีดยาชาที่หลัง
  2. ใส่สายสวนปัสสาวะ เพื่อสะดวกในการดูแลหลังผ่าตัด
  3. การผ่าตัดทั่วไปนอนคว่ำ ยกเว้นการผ่าตัดยกก้นด้านข้างๆ
  4. ตัดผิวหนังและไขมันออก ตกแต่งสะโพกจนได้รูปร่างที่ต้องการโดยทั่วไป แผลเป็นจะมีที่บริเวณขอบของแก้มก้น อาจเป็นขอบล่างขอบบนหรือขอบด้านใน
  5. ใส่สายระบายน้ำเหลือง
  6. เย็บปิดแผล
  7. การผ่าตัด ใช้เวลา 2 - 5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเทคนิคที่เลือกใช้

hd takecare

  1. หลังผ่าตัดพักที่โรงพยาบาล อย่างน้อย 1-2 วัน
  2. แพทย์จะเอาสายสวนปัสสาวะออกประมาณ วันที่ 1 หลังผ่าตัด
  3. วันแรกหลังผ่าตัดควรนอนพักผ่อนมากๆ ในท่านอนคว่ำ
  4. ในวันที่ 1-2 หลังผ่าตัด พยายามออกกำลังกาย ขา โดยยกขาขึ้นลง เป็นเวลา 10 นาที เพื่อเพิ่มการไหลเวียนโลหิตไปที่ขา
  5. ดื่มน้ำมากๆ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และกาแฟ เนี่องจากทำให้ลำไส้บีบตัวบ่อย เกิดอาการปวดท้อง หรือทำหรือทำให้ท้องเสียได้
  6. วันที่ 2 จะสามารถเดินได้ปกติ และสามารถกลับบ้านได้
  7. วันที่ 3 สามารถอาบน้ำได้และซับแผลให้แห้ง
  8. พยายามนอนคว่ำประมาณ 7 วัน เพื่อไม่ให้กดทับบริเวณแผลผ่าตัด อาจนอนตะแคงได้บ้าง
  9. แผลผ่าตัดจะเห็นชัดในช่วงแรก และจะดีขึ้น ตามลำดับภายใน 2-3 เดือน
  10. แผลเป็นอาจนูนได้ อาจต้องช่วยนวดบริเวณแผลผ่าตัด
  11. งดกิจกรรมที่ต้องมีการก้มตัวมากๆ และงดการยกของหนักประมาณ 10 วัน
  12. ถ้าใส่ผ้า รัดสะโพก ควรรัดให้อยู่ในท่าที่สบาย ผ้ารัดควรจะแน่นแต่ไม่ตึงมาก ขณะที่นอนพักหรือนั่งสามารถ คลายผ้าให้หลวมได้ ผ้ารัดสะโพก อาจต้องใช้ต่อ 2-3อาทิตย์ หรือประมาณ 1 อาทิตย์ หลังเอาสายระบายน้ำเหลืองออก
  13. หลีกเลี่ยงการทำงานหนักหรือออกกำลังกายรุนแรง 4 อาทิตย์
  14. ถ้าคัน บริเวณแก้มก้น สามารถทาแป้งแก้คันได้ แต่ห้ามทาที่แผล
  15. รับประทานยาตามแพทย์สั่ง ถ้ามีความผิดปกติดังนี้ ติดต่อแพทย์ทันที
    A. ปวดแผลมากหรือคลื่นไส้มาก ทานยาแล้วไม่ดีขึ้น
    B. เลือดหรือน้ำเหลืองออกมากผิดปกติ
    C. ไม่สามารถปัสสาวะได้
  16. ถ้ามีน้ำเหลืองออกมาก สามารถทำแผลเปลี่ยนผ้าก๊อสปิดแผลได้
  17. วันที่ 3 หลังผ่าตัด อาการปวดมักจะดีขึ้นมาก
  18. ในการผ่า ตัดบางเทคนิคจะมีน้ำเหลืองออกมากหลังการผ่าตัด จำเป็นต้องใส่สายระบายน้ำเหลืองต่อ อาจจำเป็นต้องใส่สายระบายน้ำเหลืองกลับบ้านแล้วมาเอาออกในวันหลัง
  19. รับประทานอาหารได้ตามปกติ ควรงดอาหารนมทุกชนิด
  20. แพทย์จะนัดตัดไหมเมื่อครบกำหนด 10 วัน และ 14 วันและให้ปิด SILICONE ประมาณ
    4 อาทิตย์
  21. งดขับรถประมาณ 1 อาทิตย์ และงดการขับรถถ้ายังต้องทานยาแก้ปวด ที่ทำให้มีอาการง่วงซึม
  22. หลังการ ผ่าตัดจะนัดดูแผลที่แก้มก้น ถ้ามีปัญหาเรื่องแผลเป็นนูนการใช้แผ่นปิดแผลเป็นสามารถช่วยให้ดีขึ้นได้ อาจต้องฉีดยารักษาแผลเป็นช่วยได้บางครั้ง
 
ราคาการผ่าตัดแก้ไขก้นหย่อนยาน ราคา (บาท)
  ผ่าตัดแก้ไขก้นหย่อนยาน (พัก รพ. 2 คืน)
140,000