Pin top

breastsurgery new


การผ่าตัดเสริมหน้าอก หรือเพิ่มขนาดหน้าอกนั้น ปัจจุบันนี้เป็นที่ได้รับความนิยมมากขึ้นกว่าสมัยก่อน เนื่องจากมีเทคนิคและวิธีการผ่าตัดจากแพทย์ที่เชี่ยวชาญ ทำให้ผู้ที่ต้องการเสริมหน้าอกหรือต้องการทำให้หน้าอกมีรูปทรงสวยงามมากขึ้น ทั้งนี้การเสริมหน้าอกให้สวยงามมีหลายทางเลือก แต่หากจะให้ปลอดภัยต้องทำการผ่าตัดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางจึงจะดีที่สุด ซึ่งในปัจจุบันการผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยถุงเต้านมเทียม หรือถุงซิลิโคนเป็นที่ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากมีรูปร่างที่สวยงามและมีความแข็งแรง สามารถอยู่ในร่างกายได้ตลอด หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน โดยในประเทศไทยมีการนำเข้าถุงซิลิโคนจากต่างประเทศทั้งหมด ซึ่งในที่นี้ทาง BCS Clinic ขอกล่าวถึงถุงซิลิโคนที่ได้รับการยอมรับและนิยม โดยทั้งยังมีใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก ดังนี้


1. ถุงน้ำเกลือ (Saline Filled Breast Implant)

เป็นถุงซิลิโคนด้านนอก ส่วนด้านในของตัวถุงจะบรรจุน้ำเกลือ ขณะผ่าตัดเมื่อแพทย์วางตำแหน่งที่ต้องการแล้ว จากนั้นก็จะเติมน้ำเกลือในปริมาณที่ตกลงกันกับผู้ได้รับการผ่าตัดไว้ หรือตามความเหมาะสมตามที่แพทย์เห็นสมควร ซิลิโคนแบบถุงน้ำเกลือเป็นที่นิยมมากในระยะแรก เนื่องจากถุงน้ำเกลือเป็นถุงที่มีความปลอดภัยสูงในเรื่องสารแปลกปลอม เพราะหากน้เกลือที่อยู่ในถุงมีการรั่วหรือซึมออกมาภายนอกถุง ก็จะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย และร่างกายสามารถดูดซึมน้ำเกลือดังกล่าวได้ทั้งหมด เนื่องจากปัจจุบันการใช้ถุงน้ำเกลือนิยมใช้น้อยลง อีกทั้งบริษัทส่วนใหญ่ยกเลิกการนำเข้าถุงน้ำเกลือ ดังนั้นผู้ที่จะทำถุงน้ำเกลืออาจจะต้องมาปรึกษา เพื่อเลือกขนาดและรูปทรงก่อนประมาณ 1-2 เดือน เพราะอาจจะต้องสั่งนำเข้าเพื่อนำมาผ่าตัด


ข้อดีและข้อเสียของถุงน้ำเกลือ

ข้อดี
1. ภายในถุงบรรจุน้ำเกลือไม่มีสิ่งแปลกปลอม หากมีการรั่วซึมร่างกายสามารถดูดซับได้หมด โดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย
2. ในระหว่างผ่าตัด ถ้ามีถุงขนาดเล็กกว่าที่ควร สามารถเพิ่มเติมน้ำเกลือได้เล็กน้อย

ข้อเสีย
1. หน้าอกมีการแฟบลงหลังมีการรั่วซึมของน้ำเกลือภายในถุง ทำให้ต้องทำการผ่าตัดใหม่เพื่อแก้ไข
2. คลำพบรอยย่นของถุง เป็นเพราะน้ำเกลือซึ่งสั่นไหวไปมา ทำให้ผิวด้านล่างของถุงเกิดรอยย่นปัญหานี้มักเกิดกับผู้ที่มีรูปร่างผอมบาง
3. เต้านมมีการกระเพื่อม ซึ่งผู้ที่ใส่ถุงน้ำเกลือจะรู้สึกหรือได้ยินเสียงกระเพื่อมของเต้านม โดยมากมักเกิดจากขณะผ่าตัดแล้วไล่อากาศออกไม่ดี แต่อากาศเหล่านี้จะค่อยๆดีขึ้นเอง
4. ความรู้สึกและสัมผัสเต้านมไม่เป็นธรรมชาติ



2. ถุงซิลิโคนเจล (Silicone Gel Filled Breast Implant)

เป็นถุงซิลิโคนภายนอก ภายในบรรจุซิลิโคนเจล ทำให้มีรูปทรงตามความหนาแน่นของซิลิโคน จึงทำให้หลังการใส่ถุงซิลิโคนเจล จะมีลักษณะที่สวยงาม รู้สึกถึงความเป็นธรรมชาติมากกว่าถุงน้ำเกลือ ซึ่งถุงซิลิโคนเจลแบ่งได้ 3 แบบ ดังนี้

1. ถุงเจลธรรมดา (Silicone gel)
โดยมากจะผลิตในรูปแบบของทรงกลม ถุงจะมีความนิ่มและสัมผัสเป็นธรรมชาติมาก แต่เจลในถุงซิลิโคนจะสามารถไหลไปตำแหน่งอื่นๆได้ เช่น ขณะยืนเนื้อเจลจะไหลลงข้างล่าง ทำให้ส่วนบนของถุงดูบางลง อาจเกิดการพับของถุงได้ และด้วยซิลิโคนแบบธรรมดาที่มีความหนาแน่นน้อยทำให้มีความเหลวมาก หากมีการฉีกขาดของถุง เนื้อเจลอาจจะไหลออกมาภายนอกถุงได้

2. ถุงเจลที่มีความหนาแน่นสูง  (Cohesive gel)
โดยมากจะผลิตในรูปแบบของทรงกลม ถุงเจลจะมีความนิ่มแต่น้อยกว่าถุงเจลแบบธรรมดา แต่จะยังคงเป็นธรรมชาติอยู่ และยังมีการคงรูปทรงของถุงไว้ แม้มีการเปลี่ยนท่าทาง การคลำพบรอยพับของถุงน้อย หากมีการรั่วซึมหรือฉีกขาดของถุง โอกาาสที่เจลภายในถุงจะไหลออกมาภายนอกน้อย เนื่องจากเนื้อเจลมีความหนืดมากกว่าเจลธรรมดา

3. ถุงเจลที่มีความหนาแน่นสูงมาก (High cohesive gel) หรือทรงหยดน้ำ Anatomical Silicone Implant
ถุงจะมีลักษณะนิ่มน้อยที่สุด เนื่องเป็นเจลที่มีความหนืดมากและมีความหนาแน่นสูง หากมีการรั่วซึมของเปลือกถุง ซิลิโคนชนิดนี้ก็จะไม่ไหลออกมานอกถุง ถุงเจลชนิดนี้จะมีรูปร่างคงเดิมตลอดเวลาที่ใส่อยู่ในร่างกาย แต่เวลาสัมผัสก็ยังคงความนิ่มอยู่

ขนาดและรูปทรงของถุงซิลิโคน

Silicone
 

ขนาด

โดยทั่วไปขนาดของถุงซิลิโคนแต่ละแบบขึ้นอยู่กับบริษัทผู้ผลิตกำหนดขึ้นตั้งแต่ 100 cc. - 800 cc. ผู้ต้องการผ่าตัดสามารถใส่ได้ตามฐานของเต้านมแต่ละบุคคล หรือตามดุลยพินิจของแพทย์ เพื่อลดการเสี่ยงในการเกิดปัญหาหลังผ่าตัด

รูปทรง

ปัจจุบันถุงซิลิโคนมีการผลิตใน 2 รูปแบบ คือ

1. ทรงกลม (Round Implant) : มีลักษณะเป็นรูปทรงกลม เมื่อใส่เข้าไปในร่างกายจะมีลักษณะกลมแบน การใส่ถุงทรงกลมอาจไม่เป็นธรรมชาติ เวลานอนถุงจะไม่คล้อยไปด้านข้าง แต่จะมีรูปร่างกลม ถุงทรงกลมจะมีการผลิตให้มีความกว้างของฐานและความสูงแตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะความต้องการของผู้รับบริการ

2. ทรงหยดน้ำ (Anatomical Implant) : ลักษณะเหมือนเต้านมธรรมชาติ คือ ถ้ามองจากถุงจะมีลักษณะเป็นวงรี มองจากด้านข้าง ด้านล่างจะมีลักษณะใหญ่ ส่วนด้านบนจะมีลักษณะเล็ก (ลักษณะคล้ายกับรูปปิรามิด) จากการออกแบบจะทำให้ทรงหยดน้ำหนักมีด้านล่างมากกว่าด้านบน ถุงทรงหยดน้ำจะผลิตมาในรูปแบบผิวสัมผัสเป็นผิวทรายเทานั้น เนื่องจากเกาะกับเนื้อเยื่อได้ดี ไม่ทำให้เกิดการหมุนของถุง การผ่าตัดโดยใช้ถุงทรงหยดน้ำจะยากกว่าทรงกลม ฉนั้นจึงจะต้องทำในแพทย์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญจึงจะดีที่สุด และเนื่องจากลักษณะหน้าอกที่ต่างกัน เช่น หน้าอกมีความสั้น ความยาว ความแคบ เป็นต้น ดังนั้นผู้ผลิตจึงผลิตออกมาได้หลายแบบ เพื่อรอลรับความแตกต่าง ทำให้หลังการผ่าตัดเต้านมมีความสวยงามสมส่วนมากขึ้น

Mentor

ทรงกลม ทรงหยดน้ำ
P1040674 300x225 P1040671 300x225

 

Allergan

ทรงกลม ทรงหยดน้ำ Natrelle Style-120
P1040679 300x225 P1040667 300x225 P1040680 300x225

 

Euro Silicone

ทรงกลม
P1040647 300x225

 

Silimed

ทรงกลม ทรงหยดน้ำ
P1040681 300x225 P1040669 300x225

ลักษณะผิวของถุงซิลิโคน

1. ผิวเรียบ (Smooth Implant) จะมีความหนาน้อยกว่าผิวทราย ทำให้เวลาสัมผัสจะรู้สึกนิ่มกว่า การเคลื่อนถุงทำได้ง่ายและรอบทิศทาง โอกาสในการเกิดรอยพับของถุงน้อยกว่าผิวทราย รวมถึงการเกิดพังผืดมากกว่าผิวทรายเช่นกัน
2. ผิวทราย (Textured Implant) จะมีความหนากว่าผิวเรียบ และด้วยผิวสัมผัสที่เป็นผิวทรายทำให้เกิดรอยพับของถุงมากกว่าผิวเรียบ การเคลื่อนถุงสามารถทำได้ในระดับหนึ่งไม่สามารถเคลื่อนไหวรอบทิศทางเหมือนผิวเรียบได้
3. ผิวทรายละเอียด (Micro Textured)
4. ผิวทรายละเอียดมาก (Nano Textured) เป็นผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามาจากผิวทราย เริ่มมีการทดลองใช้ในปัจจุบัน ซึ่งถุงทรายแบบละเอียดมากนี้ผลิตโดยบริษัท Motiva บริษัทเดียวเท่านั้น

ถุงซิลิโคนผิวเรียบ  (Smooth Gel Implant)

ข้อดีของการใช้ถุงผิวเรียบ
ถุงเจลผิวเรียบเป็นถุงเต้านมที่มีการผลิตและใช้ก่อนถุงผิวทรายจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะไม่มีการพัฒนาถุงเต้านมเป็นแบบผิวทรายทรงกลมหรือทรงหยดน้ำหรือผิวทรายละเอียดมาก(Micro texture) ถุงผิวเรียบนั้นยังมีการผลิตและมีการใช้กันตลอดจนถึงปัจจุบัน

ข้อดีของการใช้ถุงเจลเรียบคือ
1. นิ่มกว่าถุงผิวทรายเพราะมีเปลือกถุงที่บางกว่า
2. การผ่าตัดทำได้เร็วและใส่ถุงง่ายกว่าทำให้แผลซอกซ้ำน้อยกว่าแผลจากการผ่าตัดด้วยถุงผิวเรียบมักมีปัญหาเรื่องแผลเป็นน้อย
3. แผลผ่าตัดเล็กกว่าเพราะใส่ถุงได้ง่าย
4. มีปัญหาเรื่องการคลำได้รอยพับ(Ripple)น้อยกว่าถึงแม้ว่าใส่ถุงที่มีขนาดกว้างกว่าและซิลิโคนถุงผิวเรียบก็มักคลำขอบไม่ได้
5. ปัญหาเรื่องน้ำเหลืองในระยะสั้น(Early Seroma)และระยะยาว(Late Seroma)น้อยกว่า
6. ในกรณีที่ต้องมีการนวดความเจ็บปวดจะน้อยกว่าเพราะถุงเคลื่อนได้ง่าย
7. หลังผ่าตัดเต้านมคล้อยเร็วเพราะถุงขยับได้ง่าย
8. มีความเกี่ยวข้องน้อยกว่ากับปัญหา(ALCL)

ซิลิโคนผิวเรียบ ซิลิโคนผิวทราย
P1040672 P1040646

 

ตำแหน่งแผลผ่าตัด

  • เทคนิคที่ 1 : แผลซ่อนในรอยพับของรักแร้ (2-3 cm.) เป็นเทคนิคที่นิยมทำกันมากที่สุด เพราะแผลเป็นถูกซ่อนไว้ในร่องรักแร้ (ARMPIT)
  • เทคนิคที่ 2 : แผลขนนานขอบปานนม (3 cm.) สามารถทำได้เฉพาะผู้ที่มีปานนมใหญ่เพียงพอที่จะใส่ถุงเต้านมได้
  • เทคนิคที่ 3 : แผลใต้ราวนม (3-4 cm.) ซ่อนในขอบล่างของบรา เป็นแผลผ่าตัดที่อยู่ใต้ขอบของราวนม การใช้วิธีนี้สามารถจัดตำแหน่งและทรงของถุงเต้านมเทียมได้ดี แต่มีข้อเสียคือ แผลเป็นจะเห็นชัดโดยเฉพาะเวลานอน
  • เทคนิคที่ 4 : แผลทางสะดือ วิธีนี้ใช้ได้เฉพาะถุงน้ำเกลือ โดยการผ่าตัดโดยกล้อง
  • เทคนิคที่ 5 : ผ่านทางแผลผ่าตัดไขมันหน้าท้อง (Lipectomy) ใช้ได้เฉพาะเทคนิคเสริมหน้าอกแบบเหนือกล้ามเนื้อ โดยขณะที่ทำการผ่าตัดไขมันหน้าท้อง จะเปิดช่องเล็กๆ แล้วใส่ถุงเต้านมเทียมโดยผ่านแผลภายใน วิธีนี้ใส่ได้เฉพาะถุงเต้านม


Breast Anatomy

 


ตำแหน่งการวางถุงซิลิโคน

1. วางเหนือกล้ามเนื้อ (Subglandular Placement) เป็นการวางถุงซิลิโคนไว้ใต้เนื้อนม และอยู่เหนือกล้ามเนื้อหน้าอก การวางซิลิโคนตำแหน่งนี้ หากทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญแล้วจึงทำได้ง่ายไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาไม่นานในการผ่าตัด เหมาะสำหรับสาวนักกีฬาหรือผู้ที่มีเนื้อนมพอที่จะกั้นระหว่างผิวเนื้อกับถุงซิลิโคน


 
2. วางใต้กล้ามเนื้อบางส่วน (Partialy Submuscular) เป็นการวางถุงซิลิโคนไว้ใต้กล้ามเนื้อมัดใหญ่มัดเดียว ซึ่งกล้ามเนื้อจะกดทับบริเวณขอบบน ส่วนขอบล่างของถุงจะไม่มีกล้ามเนื้อกด ทำให้เต้านมมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อหน้าอกน้อย



3. วางใต้กล้ามเนื้อทั้งหมด (Completery Submuscular) เป็นการวางถุงซิลิโคนไว้บริเวณใต้กล้ามเนื้อหน้าอกทั้งหมด โดยกล้ามเนื้อจะเป็นเปลรองรับถุงซิลิโคนไว้ เพื่อไม่ให้มีการเคลื่อนของถุงซิลิโคน กล้ามเนื้อจะช่วยหนุนให้หน้าอกอวบอูมสวยเป็นธรรมชาติ


ตารางเปรียบเทียบของ ข้อดี - ข้อเสีย จากการวางตำแหน่งของถุงซิลิโคน


hd prepare

  1. งดสูบบุหรี่ 4 - 6 สัปดาห์
  2. ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 สัปดาห์ ก่อนผ่าตัด
  3. งดวิตามิน หรือยาสมุนไพรทุกชนิด กระเทียม ใบแปะก๊วย 2 - 4 สัปดาห์
  4. งดยากลุ่ม แอสไพริน ยาแก้ปวด ยาต้านอาการซึมเศร้า ยากระตุ้นประสาท 2 - 4 สัปดาห์
  5. งดทานยาลดน้ำหนัก 4 สัปดาห์
  6. ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงต่อผลเลือด ต้องมีใบรับรองแพทย์จากแพทย์ที่ท่านรักษา เพื่อยืนยันการผ่าตัด
  7. ผู้ที่คลำพบก้อนบริเวณเต้านมต้องมีผลการตรวจชัดเจน และควรผ่าตัดเอาก้อนออก พร้อมผลตรวจสุขภาพว่าไม่ใช่เนื้อร้าย
  8. ผู้ที่มีผลเลือด HIV เป็นบวก ต้องมีผล CD4 มาพร้อมกับใบรับรองแพทย์ที่ท่านรักษา โดยราคาค่าผ่าตัดผู้ที่มีผลเลือด HIV เป็นบวก จะเพิ่มอีก 100%
  9. ควรหลีกเลี่ยงการผ่าตัดในช่วงมีประจำเดือน เนื่องจากจะทำให้ดูแลตัวเองได้ยากขึ้น
  10. ควรลาหยุดงานประมาณ 1 - 2 สัปดาห์

hd howto

  1. เปิดแผลในตำแหน่งที่ตกลงกับแพทย์ไว้ก่อนการผ่าตัด
  2. แพทย์จะทำช่องว่างไว้ผ่านทางแผลเปิด โดยอาจทำตามตำแหน่งที่จะวางซิลิโคนตามที่ตกลงกับแพทย์ไว้
  3. ใส่ถุงซิลิโคนเข้าไปยังตำแหน่งที่ทำช่องว่างรอไว้แล้ว
  4. ขยับช่องว่างจนได้ขนาดกว้างกว่าถุงซิลิโคน และไม่มีรอยยับของถุง
  5. ล้างแผลและช่องว่างด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
  6. ใส่ท่อระบายน้ำเหลือง
  7. เย็บปิดแผล
  8. ใช้ผ้ายืดพันบริเวณเต้านม เพื่อลดการไหลของเลือดและทำให้ถุงซิลิโคนอยู่ในตำแหน่งปกติ

 hd takecare

  1. แผลผ่าตัด: แผลหลังผ่าตัดจะเย็บไว้ด้วยไหมที่ไม่สลาย หลังการผ่าตัด 5 วัน แพทย์จะนัดมาตัดไหม ควรมาตัดไหมตามกำหนดของแผลเพื่อลดการเกิดแผลเป็นจากไหม ทำความสะอาดแผลโดยการเช็ดด้วยเบตาดีน หรือน้ำเกลือสะอาด วันละ 1 - 2 ครั้ง เช้า - เย็น ควรงดการอาบน้ำโดยวิธีทำความสะอาดโดยการเช็ดตัวท่อนบนจนกว่าจะตัดไหม
  2. การรับประทานอาหารและยา: ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และรับประทานยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด งดเว้นการดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และอาหารหมักดอง จนกว่าแผลจะหายดี
  3. การจัดท่า: ควรนอนยกศีรษะสูง หนุนหมอน 2 ใบ และควรนอนในท่านอนหงาย ไม่ควรนอนตะแคงหรือนอนคว่ำในช่วง 1 - 2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด เนื่องจากท่าหนอนหงายจะทำให้ถุงซิลิโคนอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม
  4. การทำกิจวัตรประจำวัน: งดเว้นการอุ้มเด็ก และทำงานบ้านประมาณ 1 สัปดาห์ ไม่ควรยกของหนักเกิน 1 กก. ใน 3 สัปดาห์แรก สามารถขับรถได้หลัง 1 สัปดาห์ไปแล้ว เนื่องจากหลังผ่าตัดใหม่ๆ ยังทำให้หมุนพวงมาลัยรถได้ลำบาก
  5. การมีเพศสัมพันธ์: สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ในช่วงสัปดาห์แรก แต่ควรระวังการสัมผัสหน้าอก
  6. รอยแผลเป็น: สามารถทายาลดรอยแผลเป็นได้ หลังจากแผลผ่าตัดหายสนิทดีแล้ว ควรทาครีมกันแดดควบคู่ไปด้วย จะทำให้แผลเป็นจางเร็วขึ้น
  7. การใช้ยกทรง: ให้ใช้ยกทรงแบบไม่มีโครง หรือ Sport Bra ประมาณ 1 เดือน จนกว่าเต้านมจะคล้อยลงสวย จึงเริ่มใช้แบบดันทรง หรือแบบมีโครงได้ หรือตามแต่ดุลยพินิจของแพทย์พิจารณา
  8. การออกกำลังกาย: งดออกกำลังกายในช่วง 3 สัปดาห์แรก เนื่องจากยังเป็นช่วงที่ทำให้เลือดออกได้ สามารถออกกำลังกายได้ปกติ หลังจาก เดือนไปแล้ว

 


การนวดเต้านม

ทาท 1

ทาท 2

ทาท 3

ทาท 4

ทาท 5

 

สัปดาห์ที่ 1 หลังผ่าตัด (ท่าที่ 1) : ให้เต้านมแยกจากกัน ทำซ้ำกัน 20 ครั้ง (เช้า 20 ครั้ง และ เย็น 20 ครั้ง)
สัปดาห์ที่ 2 หลังผ่าตัด (ท่าที่ 1 - 4) : การนวดสัปดาห์ที่ 2 ควรทำตามขั้นตอนทุกวัน เป็นเวลา 15 - 20 นาที ต่อวัน
สัปดาห์ที่ 3 หลังผ่าตัดเป็นต้นไป (ท่าที่ 1 - 4) : ทำตามขั้นตอนของสัปดาห์ที่ 2 แต่ควรเพิ่มน้ำหนักในการกดถุงซิลิโคนมากขึ้น และทำการนวดทุกวัน วันละ 15- 20 นาที

** การนวดจะช่วยให้เต้านมนิ่มลง และช่วยลดการเกิดพังผืด อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาและป้องกันโพรงที่ใส่ถุงซิลิโคน เกิดการหดรัดตัวได้อีกด้วย ซึ่งเทคนิคการนวดขึ้นอยู่กับแพทย์แต่ละท่าน **


สิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้หลังผ่าตัด

  1. มีอาการชา หรือเจ็บแปลบๆ บริเวณเต้านมหรือหัวนม อาการดังกล่าวจะดีขึ้น 3 - 6 เดือน
  2. ขนาดของเต้านมจะไม่เท่ากัน ซึ่งเต้านม 2 ข้าง จะดูไกล้เคียงกันและเป็นธรรมชาติต้องใช้เวลาซักระยะ โดยประมาณ 1 - 2 เดือน
  3. อาการปวด หากเป็นการเสริมแบบเหนือกล้ามเนื้อจะใช้เวลา 1 สัปดาห์ ส่วนใต้กล้ามเนื้ออาจจะประมาณ 2 - 3 สัปดาห์
  4. อาการคันรอบเต้านม เกิดเนื่องจากผิวหนังมีการตึงขึ้นจากการขยายตัวของเต้านม สามารถใช้โลชั่นทาได้ อาการจะดีขึ้นเองประมาณ 1 - 2 สัปดาห์
  5. อาการบวมตึง จะค่อยๆ ลดลง ใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์
  6. อาการเขียวช้ำ จะค่อยๆ ลดลง ประมาณ 3 สัปดาห์

 


สิ่งที่ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับหลังผ่าตัด

 

Mentor Silimed Allergan
กล่องใส่ซิลิโคน
สมุดคู่มือ
sticker serial number
การ์ด
กล่องใส่ซิลิโคน
สมุดคู่มือ
sticker serial number
กล่องใส่ซิลิโคน
สมุดคู่มือ
sticker serial number

BCSclinic จะให้กล่อง, สมุดคู่มือ, sticker serial number แก่ผู้รับบริการหลังจากผ่าตัดแล้ว เพื่อยืนยันว่าได้ใส่ซิลิโคนที่ต้องการจริง และสามารถตรวจสอบย้อนหลังเกี่ยวกับข้อมูลของซิลิโคนได้ด้วย



รายละเอียดข้างกล่อง

Silicone 1

Allergan

  1. รูปทรงสูง
  2. ผิวเรียบ
  3. ทรงกลม
  4. serial number หมายเลขประจำซิลิโคน
  5. น้ำหนักของถุงซิลิโคน
  6. ความกว้าง,ความสูงของซิลิโคน

 

Silicone 2

Mentor

  1. รูปทรงกลาง
  2. น้ำหนักของถุงซิลิโคน
  3. ขนาดความกว้าง,ความสูงของถุงซิลิโคน
  4. ผิวทราย
  5. ทรงกลม
  6. serial number หมายเลขประจำซิลิโคน

 

Silicone 3

 

Euro silicone

  1. รูปทรงสูงพิเศษ
  2. น้ำหนักของถุงซิลิโคน
  3. serial number หมายเลขประจำเครื่อง
  4. ขนาดความกว้าง,ความสูงของถุงซิลิโคน

 

Silicone 4

 

Silimed

  1. ทรงกลม
  2. น้ำหนักของถุงซิลิโคน
  3. serial number
  4. ขนาดความกว้าง,ความสูงของถุงซิลิโคน

ศัลยกรรมเสริมหน้าอก ราคา (บาท)
 เสริมหน้าอก (ถุงเจล ทรงกลม)ไม่เกิน 400 cc.(พัก รพ. 1 คืน)
   - Euro silicone  57,000
   - Sebbin  52,000
   - Silimed  55,000
   - Allergan (CUI )  60,000
   - Natrelle  85,000
   - Mentor  70,000
  - Mentor ultra high profile (ผิวเรียบ,ผิวทราย )   100,000
กรณีเสริมหน้าอก ทรงหยดน้ำ
   - Allegan(Natrelle)  120,000
   - Silimed   100,000
   - Mentor.  100,000
 กรณีเสริมหน้าอก โดยใช้ถุงเจลขนาดเกิน 400 cc.
   -ใช้ขนาด 410 cc.  บวกเพิ่ม 5,000
    -ใช้ขนาดมากกว่า 410 cc.  บวกเพิ่ม 15,000
   -ใช้ขนาดมากกว่า 650 cc.  บวกเพิ่ม 30,000
 เสริมหน้าอก ทรง Becker/ข้าง 160,000