Pin top

hd article 21

 

ปัจจุบันรูปแบบของถุงเต้านมเทียมมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภทคือ ผิวเรียบ (Smooth implant)  และผิวหยาบ (Texture implant) หรือที่เราเรียกกันว่า ผิวทราย นั่นเอง  โดยถุงเต้านมเทียมทั้งสองชนิดจะมีลักษณะเด่นแตกต่างกัน ดังนี้

 

1. ถุงเต้านมเทียมแบบผิวเรียบ (Smooth implant)

 

ถุงเต้านมเทียมแบบผิวเรียบถือเป็นถุงเต้านมเทียมรุ่นแรกๆ ที่มีการผลิตออกมาใช้ในวงการศัลยกรรมก็ว่าได้ ทั้งนี้เพราะในระยะแรกจะมีการผลิตถุงเต้านมเทียมเฉพาะผิวเรียบเท่านั้น ส่วนผิวทรายเพิ่งจะมาได้รับความนิยมในภายหลัง เนื่องจากเชื่อว่าการใช้ถุงซิลิโคนแบบผิวเรียบจะทำให้มีโอกาสเกิดพังผืดหดรัดถุงเต้านมได้ง่าย จึงได้ผลิตถุงเต้านมแบบผิวหยาบขึ้น เพื่อลดปัญหาดังกล่าว

 

ถุงเต้านมเทียมแบบผิวเรียบ มีความหนาแน่นของเปลือกถุงน้อยกว่าถุงเต้านมเทียมแบบผิวหยาบ เวลาสัมผัสจึงรู้สึกนุ่มมือ และเป็นธรรมชาติใกล้เคียงกับผิวเนื้อมนุษย์มากกว่า แต่ก็เกิดปัญหาการรั่วซึมได้ง่ายกว่าผิวหยาบ หรือผิวทรายเช่นกัน เนื่องจากผิวเปลือกถุงมีความบางมากกว่าถุงซิลิโคนผิวหยาบ หรือผิวทราย นั่นเอง

 

การใช้ถุงเต้านมแบบผิวเรียบ มีโอกาสคลำพบขอบถุงเต้านมเทียม ได้ยากกว่าการใช้ถุงซิลิโคนแบบผิวหยาบ

 

ภายหลังการผ่าตัดใส่ถุงซิลิโคนแบบผิวเรียบแล้ว ร่างกายคนไข้จะฟื้นตัวได้เร็ว และสามารถทำการนวดเต้านมได้เร็วกว่าการใส่ถุงซิลิโคนแบบผิวทราย และการนวดก็สามารถทำได้รอบทิศทาง ไม่ว่าแพทย์จะวางถุงซิลิโคนไว้เหนือกล้ามเนื้อ หรือใต้กล้ามเนื้อก็ตาม ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับการนวดเต้านมที่เสริมด้วยซิลิโคนผิวทราย ซึ่งจะพบว่าสามารถทำได้ยากกว่า

 

silicone 0209

 

2. ถุงเต้านมเทียมแบบผิวหยาบ หรือผิวทราย (Texture implant)

 

ถุงเต้านมเทียมแบบผิวทราย จะมีเปลือกถุงที่หนากว่าถุงเต้านมเทียมแบบผิวเรียบ และมีโอกาสเกิดการหัก งอ หรือเกิดรอยพับของขอบถุงได้มากกว่าแบบผิวเรียบ จึงทำให้มีโอกาสฉีกขาดได้ง่ายกว่าถุงซิลิโคนแบบผิวเรียบด้วยเช่นกัน

 

ตามปกติแล้วพังผืดจะหดรัดถุงเต้านมแบบผิวหยาบ หรือผิวทรายได้ยากกว่าถุงเต้านมแบบผิวเรียบ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเสียเลย เช่น ในกรณีที่เกิดรอยพับของถุงเต้านม ทำให้เกิดการหดรัดของพังผืดบีบรัดถุงเต้านม จะต้องทำการแก้ไขโดยการผ่าตัดเอาถุงเต้านมเทียมแบบที่มีผิวหยาบออก แล้วเปลี่ยนเป็นถุงเต้านมเทียมแบบผิวเรียบแทน

 

ถุงเต้านมเทียมแบบผิวหยาบ หรือผิวทรายเวลานวดเต้านมจะค่อนข้างทำได้ยากกว่าแบบผิวเรียบ เพราะถุงเต้านมแบบผิวหยาบจะไม่สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนที่ไหไหนได้เลย

 

ปัจจุบันมีการออกแบบและผลิตถุงเต้านมเทียมแบบผิวทราย (ผิวหยาบ) ให้มีพื้นผิวที่ละเอียดมากกว่าเดิม เพื่อลดปัญหาการเกิดรอยพับ หรือการคลำพบขอบถุงเต้านมเทียม ด้วยเหตุนี้ถุงเต้านมเทียมแบบผิวทรายรุ่นใหม่ จึงสามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้มากขึ้น ดังนั้นเวลานวดหน้าอกก็สามารถทำได้ง่ายขึ้นตามไปด้วย นั่นเอง

 

เดิมทีนั้น สาเหตุของการออกแบบ และผลิตถุงเต้านมเทียมแบบผิวหยาบ หรือผิวทรายนี้ ก็เพื่อป้องกันปัญญาพังผืดหดรัดรอบถุงเต้านม ที่มักเกิดขึ้นกับถุงเต้านมเทียบแบบผิวเรียบ แต่เมื่อใช้ไปได้ระยะหนึ่งแล้วจึงพบว่า ผลของการเกิดพังผืดหดรัดตัวแทบจะไม่แตกต่างกันเลยถ้าวางถุงเต้านมเทียมไว้ใต้กล้ามเนื้อ แต่หากเปลี่ยนมาใส่ถุงเต้านมเทียมไว้เหนือกล้ามเนื้อ จะมีโอกาสเกิดพังผืดหดรัดรอบถุงเต้านมเทียมได้น้อยกว่า

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ความคิดเห็นในเรื่องการเกิดพังผืดของศัลยแพทย์แต่ละท่าน ก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง ซึ่งไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ถุงเต้านมเทียมแบบใด ก่อนการตัดสินใจทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก ผู้ที่ต้องการเข้ารับการผ่าตัดควรทำการศึกษาข้อมูลต่างๆ ให้รอบด้าน และรอบคอบที่สุด ก่อนการตัดสินใจทำการศัลยกรรม ในทุกรูปแบบ และทุกประเภท เพื่อความเข้าใจระหว่างแพทย์ และคนไข้ ซึ่งจะช่วยลดปัญหาที่จะตามมาในภายหลังได้นั่นเอง